พระราชหัตถเลขากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ย้ำชัด เจ้าชายแฮร์รี-เมแกนจะไม่กลับมาปฏิบัติพระกรณียกิจในนามของราชวงศ์

ที่มาของภาพ, PA Media
ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะไม่ได้กลับมาปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่ทรงงานอย่างเป็นทางการอีกต่อไป ภายหลังจากที่ทั้งสองย้ายกลับมายังสหราชอาณาจักร ตามเนื้อความในพระราชหัตถเลขาของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ที่ทรงระบุไว้อย่างชัดเจน
พระราชหัตถเลขาดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อแสดงความชัดเจนถึงสถานะของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ซึ่งได้ย้ายจากรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ พร้อมกับพระโอรส เจ้าชายอาร์ชี และพระธิดา เจ้าหญิงลิลีเบต มาพำนักในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนที่แล้ว
ข้อความในพระราชหัตถเลขาที่ส่งในนามของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 โดยสมุหราชวังอังกฤษ (Lord Chamberlain) ข้าราชการระดับสูงสุดของสำนักพระราชวังอังกฤษ ระบุว่า ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ยังคงไม่สามารถใช้พระยศ HRH (His/Her Royal Highness) ที่แสดงถึงความเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูงอีกต่อไป และยังคงมีสถานะเป็น "พลเรือนทั่วไป" (private citizens)
การประกาศความชัดเจนดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่มีภาพของเจ้าชายแฮร์รีปรากฏออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พระองค์เสด็จกลับมายังสหราชอาณาจักร โดยเป็นภาพบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยให้เห็นพระองค์ขณะประทับอยู่ที่สตูดิโอรายการโทรทัศน์และพอดแคสต์แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน
พระราชหัตถเลขาของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ถูกส่งไปยังคณะทำงานของเจ้าชายแฮร์รี หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล หน่วยงานทหาร และผู้แทนพระองค์ประจำเขตปกครอง (Lord Lieutenants) ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวในพระราชวัง
สำหรับผู้แทนพระองค์ประจำเขตปกครอง และเจ้าหน้าที่รัฐบาล มักจะเกี่ยวข้องกับการเสด็จเยือนและการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ
พระราชหัตถเลขาฉบับนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พระกรณียกิจใด ๆ ของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะถือเป็นกิจส่วนบุคคลและทั้งสองจะไม่ได้เป็นตัวแทนของราชวงศ์
การออกพระราชหัตถเลขาดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเยือนใด ๆ ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภารกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นก่อนที่ดยุคและดัสเชสแห่งซัสเซกซ์น่าจะปรากฏตัวต่อสาธารณชนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรับตัวกับการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรและดำเนินงานสนับสนุนองค์กรการกุศลต่าง ๆ
แม้ทั้งคู่จะเก็บตัวเงียบและไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของเจ้าชายแฮร์รีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เสด็จกลับถึงสหราชอาณาจักร ผ่านทางบัญชีโซเชียลมีเดียของทาวเวอร์บริดจ์ สตูดิโอส์ในกรุงลอนดอน
สารจากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ได้เน้นย้ำว่าสถานะที่มีการตกลงเมื่อปี 2020 เมื่อครั้งดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ย้ายจากสหราชอาณาจักร หรือที่รู้จักกันในชื่อ ข้อตกลงแซนดริงแฮม (Sandringham Agreement) ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
ความชัดเจนจากพระราชหัตถเลขายังทำให้สถานะที่เรียกว่า "half-in and half-out" (แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "กึ่งเข้ากึ่งออก") ของทั้งสองเป็นอันตกไป ส่งผลให้เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าส่วนตัวไปพร้อม ๆ กับการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์ได้
"เป็นที่ทราบกันดีว่า ในเดือน ม.ค. 2020 ดยุคและดัชเชสได้ยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะผู้แทนพระองค์ประมุขแห่งรัฐ และไม่ได้ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการอีกต่อไป" พระราชหัตถเลขาระบุ
พระราชหัตถเลขาที่ส่งในนามของกษัตริย์ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ประเด็นนี้ยังคงเป็นไปตามเดิม
"งานการกุศลของดยุคและดัชเชสถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นการดำเนินการในฐานะส่วนตัว" ความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขา ระบุ
สารของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ระบุด้วยว่า หากองค์กรใดมีคำถามเกี่ยวกับการต้อนรับที่จะมีขึ้นสำหรับดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ "โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่อาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ ควรสอบถามไปยังพระราชวังบักกิงแฮม"

ที่มาของภาพ, PA Media
เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเผชิญกับการย้ายออกจากสหราชอาณาจักรด้วยความขมขื่นในปี 2020 ซึ่งทั้งสองได้บอกเล่าเรื่องราวนี้ไว้ในสารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ ที่ออกฉายในปี 2022
เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนสร้างความมั่นคงทางการเงินด้วยรายได้จากงานเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง หนังสือบันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รีที่ชื่อ สแปร์ (Spare) ส่วนเมแกนกำลังสร้างไลน์ผลิตภัณฑ์อาหารออนไลน์ในชื่อ แอส เอเวอร์ (As Ever)
ในช่วงฤดูร้อนนี้ ทั้งคู่ได้เดินทางกลับสหราชอาณาจักรอย่างไม่คาดคิด โดยที่พระโอรสและพระธิดา จะเข้าโรงเรียนในสหราชอาณาจักรด้วย
คาดว่าเจ้าชายแฮร์รีจะทรงให้การสนับสนุนองค์กรการกุศลต่าง ๆ ของพระองค์ รวมถึงการแข่งขันกีฬาอินวิกตัสเกมส์ (Invictus Games) ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นที่เมืองเบอร์มิงแฮมในปีหน้า
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากหลายแหล่งว่าเมแกนกำลังพิจารณาหวนกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง
ส่วนข้อพิพาทเรื่องการรักษาความปลอดภัยของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนยังคงไม่ได้ข้อสรุป และในพระราชหัตถเลขาของกษัตริย์ชาร์ลส์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ประเด็นปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการใด ๆ ควรได้รับการแจ้งไปยังหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง"
เจ้าชายแฮร์รีทรงร้องเรียนเกี่ยวกับการขาดการคุ้มครองอย่างเพียงพอจากตำรวจในสหราชอาณาจักร แต่ทางพระราชวังระบุว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดการโดยคณะกรรมการอารักขาสมาชิกราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (Protection of Royalty and Public Figures) หรือ 'Ravec' ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการอารักขาและความปลอดภัยสำหรับพระราชวงศ์และบุคคลสาธารณะ
แหล่งข่าวจากสำนักพระราชวังระบุว่า การเปิดเผยพระราชหัตถเลขาที่ส่งถึงผู้แทนพระองค์ต่อสาธารณชนถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยคำนึงถึงความโปร่งใส แทนที่จะปล่อยให้มีความเสี่ยงที่เนื้อหาในพระราชหัตถเลขาจะรั่วไหลออกไปเอง
อย่างไรก็ตาม บีบีซีติดต่อไปยังตัวแทนของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเพื่อขอให้แสดงความคิดเห็นแล้ว
































