หน่วยงานไทยชี้แจงอย่างไร กรณีพระศรีลังกา 22 รูป ถูกจับพร้อมกัญชากว่า 100 กก. หลังบินกลับจากไทย

ที่มาของภาพ, Ishara S. KODIKARA / AFP via Getty Images)
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Author, บีบีซีแผนกภาษาสิงหล
- เวลาอ่าน: 7 นาที
เจ้าหน้าที่ของศรีลังกาเพิ่งตรวจยึดกัญชาครั้งใหญ่กว่า 100 กิโลกรัมที่ท่าอากาศยานหลักของประเทศ หลังจากพบซุกซ่อนอยู่กระเป๋าเดินทางของพระภิกษุชาวศรีลังกา 22 รูป ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทย
พระภิกษุเหล่านี้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD-140 และเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติพัณฑารนายกะ กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อเวลา 22.10 น. ของคืนวันเดียวกัน
จากรายงานของบีบีซีแผนกภาษาสิงหลระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทางสนามบินสามารถจับกุมพระภิกษุพร้อมกับของกลางเป็นยาเสพติดน้ำหนักรวมกัน 112 กิโลกรัม โดยพบว่ากัญชาเหล่านั้นซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางของพระอย่างแนบเนียนผ่านช่องลับภายในกระเป๋า ปะปนกับอุปกรณ์การเรียนและขนมหวานต่าง ๆ
รายงานระบุว่าพระแต่ละรูปมีกัญชาในกระเป๋าเดินทางของพวกเขาราว รูปละ 5 กิโลกรัม โดย 21 รูป มีกัญชาบรรจุแยกออกเป็น 4 ถุง ส่วนอีกรูปหนึ่งมีกัญชาอยู่ 6 ถุง
ทั้งนี้ กัญชาที่ถูกตรวจยึดได้เป็นกัญชาแบบดอกอบแห้งและยางกัญชาอัดก้อน ซึ่งมีความเข้มข้นสูงมาก
ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย.) พล.ต.ต.มินูรา เสนาราธ รักษาการโฆษกตำรวจของศรีลังกา ยืนยันกับบีบีซีแผนกภาษาสิงหลว่า มีพระสงฆ์ 19 รูปในจำนวนนี้ตรวจพบสารกัญชาในร่างกายด้วย


ศุลกากรไทยชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
น.ส.ปัญญาพร เอนกพูนสินสุข ภมรพล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยวันนี้ (29 เม.ย.) ว่าหลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมืองได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางท่าอากาศยานดอนเมืองไปจนถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพระภิกษุสงฆ์กลุ่มนี้เดินทางออกจากสนามบินของไทยตามที่มีการรายงานตามสื่อต่าง ๆ จริงหรือไม่ ซึ่งได้มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด
เนื่องจากกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ศุลกากรรายนี้บอกว่า ในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มคณะพระภิกษุสงฆ์เดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองในห้วงเวลาดังกล่าว แต่พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาพข่าวที่รายงานในเว็บไซต์ของบีบีซีแผนกภาษาสิงหล พระสงฆ์กลุ่มที่เดินทางมีเพียงกระเป๋าล้อลากเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินของไทย แต่ไม่มีถุงกระสอบสีขาวตามที่ปรากฏในภาพข่าว
"จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีพระที่เดินทางพร้อมสัมภาระ" เธอกล่าว และเสริมว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า พระสงฆ์และกระเป๋าล้อลากของพระกลุ่มนี้ที่ผ่านการตรวจคัดกรองสัมภาระจากสนามบินของไทยนั้น เป็นบุคคลหรือกระเป๋าล้อลากเดียวกันกับที่ถูกตรวจยึดได้ที่สนามบินของศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย

น.ส.ปัญญาพร กล่าวต่อว่าจากการพูดคุยกับหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่ากรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ "การ์ดตก" เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นพระสงฆ์ เนื่องจากหากดูสถิติตรวจยึดกัญชาที่มีความพยายามลักลอบนำออกนอกประเทศผ่านสายการบินต่าง ๆ ก็พบว่าทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมืองได้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสนามบิน จนทำให้สามารถตรวจยึดกัญชา "ได้แทบทุกวัน" และตรวจจับได้แม้ในปริมาณน้อยมากเพียงหลักกรัมเท่านั้น
"โดยปกติเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กันตามกฎหมายและมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่มีการลดมาตรการใด ๆ ไม่ได้ลดการ์ด จากในข่าวที่เห็น เป็นการซุกซ่อนในช่องลับ จึงอาจทำให้ยากแก่การระบุว่า เป็นของผิดกฎหมายชนิดใดในสายตาของผู้ปฏิบัติงานด้าน screening (ตรวจคัดกรอง) หน้างานที่มีข้อจำกัดด้านเวลา และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" น.ส. ปัญญาพร ชี้แจงกับบีบีซีไทย
ทั้งนี้ ในส่วนของงานคัดกรองสัมภาระของผู้โดยสาร จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากฝ่ายท่าอากาศยานดอนเมืองและสายการบินนั้น ๆ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางบีบีซีไทยอยู่ระหว่างการติดต่อขอความเห็นกับท่าอากาศยานดอนเมือง
ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวต่อว่าในส่วนของศุลกากร โดยปกติมีการกำชับให้ทำงานตามกฎหมายและมาตรฐานอยู่แล้ว แต่จากกรณีนี้ที่เกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียนกับหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตามให้ทันความซับซ้อนของผู้ที่ต้องการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายออกนอกประเทศ โดยเฉพาะกัญชา ซึ่งเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ดังนั้น หากมีการนำกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตก็ถือว่าไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรที่ถูกต้อง และมีความผิดฐานลักลอบส่งออกกัญชาไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่มีใบอนุญาต
ด้านส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ชี้แจงผ่านเอกสารข่าวที่เผยแพร่ต่อสื่อวันนี้ว่า การตรวจค้นผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ หรือพระสงฆ์ ทางท่าอากาศยานดอนเมืองมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจค้นบุคคลและสัมภาระก่อนที่จะเข้าเขตหวงห้ามของสนามบินและขึ้นบนอากาศยาน ซึ่งทางท่าอากาศยานดอนเมืองยืนยันว่าใช้หลักการปฏิบัติเดียวกันทั้งหมดตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอเคโอ (ICAO)
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางท่าอากาศยานดอนเมืองได้สั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย เช่น สิ่งเสพติด ซากพืช ซากสัตว์ หรืออื่น ๆ จะบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ทางท่าอากาศยานดอนเมืองยังประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบกฎหมายของประเทศปลายทางในการนำกัญชาเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เนื่องจากหลายประเทศยังคงกำหนดให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
พระสงฆ์กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติหรือไม่
พระสงฆ์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นพระนักศึกษาจากหลายวัดทั่วศรีลังกา โดยพวกเขามีผู้สนับสนุนที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อเสนอออกค่าเดินทางให้ไปพักผ่อนที่ประเทศไทยเป็นเวลา 4 วัน โดยที่พระสงฆ์เหล่านี้ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ
พล.ต.ต.มินูรา รักษาการโฆษกตำรวจของศรีลังกา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแผนกภาษาสิงหลว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งชื่อว่า "พระอมิตานันทะ" จากเขตเกลานิยา ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเตรียมการเดินทางไปประเทศไทยให้กับพระกลุ่มนี้ แต่พระรูปนี้ไม่ได้เดินทางไปประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย
"พระภิกษุรูปนั้นเป็นคนบอกว่าพัสดุเหล่านี้เป็นของบริจาค จะมีรถตู้มารับ และให้นำไปส่งที่รถตู้" เขากล่าว และเสริมว่าพระภิกษุรูปนี้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ ซึ่งตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ ในขบวนการเพิ่มเติม
ในเบื้องต้นทางตำรวจศรีลังกาสงสัยว่าพระสงฆ์กลุ่มนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ดี พระทั้ง 22 รูปอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วัน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม หลังถูกนำตัวขึ้นศาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) ขณะที่พระอมิตานันทะถูกจับกุมตัวได้แล้วที่แถวย่านชานกรุงโคลอมโบ
ขณะเดียวกัน สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของตำรวจศรีลังกายังพบภาพถ่ายและวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของพระสงฆ์บางรูป แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต่างมีความสุขกับช่วงเวลาพักผ่อนในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 4 วัน โดยพระสงฆ์บางรูปแต่งตัวเป็นฆราวาส และออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายด้วยสภาพจีวรครึ่งท่อน

ที่มาของภาพ, PROVIDED

ที่มาของภาพ, PROVIDED

ที่มาของภาพ, PROVIDED
องค์กรสงฆ์ที่กำกับดูแลพระภิกษุกลุ่มนี้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า "เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนิกชน ต่อสังคม และผิดกฎหมาย ที่กระทำโดยกลุ่มผู้แอบอ้างเป็นภิกษุ ด้วยการขนส่งยาเสพติด ใช้จีวรพระพุทธเจ้าในทางที่ผิด และดูหมิ่นคณะสงฆ์และบทบาททางประวัติศาสตร์ของภิกษุศรีลังกาต่อหน้าชาวโลกทั้งมวล"
นอกจากนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และขับไล่พระภิกษุที่กระทำผิดออกจากคณะสงฆ์ด้วย
































